>>> ยุคนี้ไม่ใช่ยุคที่ขาดแคลนตำรา ไม่ใช่ยุคที่ขาดแคลนคนเรียน คนท่อง หรือคนสอนเนื้อหาจากพระไตรปิฎก ไม่ใช่ยุคที่ขาดแคลนคนพูดคนสนทนากันในเรื่องธรรมะ สิ่งที่ขาดแคลน คือ
๑. ขาดแคลน “คนที่เข้าใจรสชาติธรรมะแท้จริง” แล้วช่วยชี้บอกอธิบายด้วย “ภาษาของคนยุคนี้” และอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ ชนิดที่ชี้แล้วชี้อีก บอกแล้วบอกอีก
๒. ขาดแคลน “คนที่อยากจะศึกษาในภาคปฏิบัติ” เพราะส่วนใหญ่ชอบเรียนตำรากันในห้องแอร์ อยากจะบรรลุธรรมในห้องแอร์ อยากจะบรรลุธรรมขณะอ่านตำรา อยากบรรลุธรรมแต่ก็ยังไม่อยากทิ้งความสุขในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส บางคนก็อยากจะรอให้หมดภาระก่อน หรือทำบุญให้ได้ไปเกิดบนสวรรค์ก่อน แล้วจึงจะเริ่มศึกษาธรรมะ และได้บรรลุธรรมในแบบสบายๆ ท่ามกลางความสุข ฯลฯ โดยสรุปก็คือเห็นการศึกษาธรรมะเป็นแค่งานอดิเรกเท่านั้นเอง เอาไว้ทำเวลาว่างๆ
งั้นขอถามหน่อย “แล้วมีเวลาว่างสำหรับตายไหม” “รอให้หมดภาระก่อนได้ไหมค่อยตาย” “พ่อแม่ ญาติพี่น้อง บุตร ภรรยา สามี อนุญาตก่อนไหมจึงจะตายได้”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น