11 มิ.ย. 2554

ครั้งที่ ๒๐

>>>  การที่เรากระทำการอะไรลงไปสักอย่าง เราอาจมีสติปัญญาหรือไม่มีสติปัญญาพอที่จะรู้ถึงเหตุผล ว่าทำไมเราจึงกระทำไปแบบนั้น  แต่การกระทำทุกอย่างก็ยังคงถูกผลักดันจากความคิดปรุงแต่ง(สังขารขันธ์) เราจึงได้ใช้ร่างกายกระทำการนั้นๆ  (หรืออาจเรียกว่า ทิฏฐิ หรือ ความคิดความเห็น)  เรามีความคิดความเห็นแบบไหน เราก็ทำลงไปตามนั้น  และมันก็ทำตามนั้นโดยหน้าที่อย่างบริสุทธิ์ด้วย  ถ้าทำอะไรโง่ๆ ก็โง่โดยบริสุทธิ์ หรือโง่แท้ๆ หรือโง่ล้วนๆ ไม่ใช่แกล้งโง่  ฉะนั้นการกระทำทางกาย ทางวาจา ที่แสดงออกมา มันสะท้อนถึงทิฏฐิของแต่ละคน (หรือจะใช้คำว่าสติปัญญาก็ได้ คือแบ่งเป็นสติปัญญาอ่อนไล่ระดับไปจนสติปัญญาบริบูรณ์)  ผลที่เกิดจากการกระทำของเราทุกกรณีที่มันแย่ หรือมันไม่ได้เรื่อง  ขอให้รู้ไว้เลยว่า เพราะเราโง่เอง  ต้นเหตุของปัญหามันจึงอยู่ที่ ความโง่, อวิชชา, ความด้อยปัญญา, มิจฉาทิฏฐิ   จึงต้องแก้ปัญหาที่นี่มันจึงจะจบ เพราะมันเป็นต้นเรื่อง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น