>>> เมื่อมีปัญญาที่เป็นสัมมาทิฏฐิ ศีลและสมาธิก็เกิดขึ้นบริบูรณ์ได้เหมือน ไม่จำเป็นต้องไปเริ่มไต่เต้าตามขั้น คือ เริ่มถือศีลนับข้อ(แบบลูบคลำ) แล้วทำสมาธิให้ได้ฌาน(แบบฤๅษี)
-------------------------
>>> การศึกษาธรรมะเพื่อให้เข้าใจ ไม่ใช่เพื่อจะเอาบุญเอากุศล แต่ก็รู้จักว่าอะไรคือบุญกุศล และก็กระทำสิ่งเหล่านั้น ด้วยเหตุผลว่า “ทำดีเพราะมันดี ไม่ใช่เพื่อเอาดี” ไม่ได้หวังจะเอาบุญสะสมไว้ชาตินี้หรือไปรับบุญในชาติหน้าอีก
การตั้งใจจะ “เอาบุญ” นี่แหละเป็นตัวการทำให้ “เกิด” เกิดแล้วก็ต้องได้บาปพ่วงมาด้วย วันหนึ่งๆ ทำบุญ ทำบาป ไม่รู้มากเท่าไร แล้วตลอดชาตินี้รวมกันเป็นเท่าไร แล้วชาติที่แล้วๆ มาทำไว้อีกเท่าไร โอ๊ย..มากมาย มันไม่ใช่เรื่องจะจบสิ้น เรื่องเอาบุญเอาบาปทิ้งไว้นั่นก่อน ช่างหัวมัน สนใจศึกษาธรรมะให้รู้แจ้งเป็น “อนัตตา” มันก็จบทุกเรื่อง สิ้นความกังวลเรื่องบุญบาปไปเอง
--------------------------
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น