31 พ.ค. 2554

ครั้งที่ ๗

>>>  ไม่ใช่เรื่องจะไปวิ่งหาพระอรหันต์  เพราะไม่ใช่วิสัยที่คนทั่วไปจะรู้ว่าใครเป็นพระอรหันต์  พอเขาบอกว่าใครเป็นพระอรหันต์ ก็เชื่อเอาเลย นี่มันเข้าข่ายโง่แล้ว  หรือเห็นว่าคนนิยมและเชื่อกันทั้งบ้านทั้งเมือง ก็ว่าตามเขาเชื่อตามเขา นี่มันก็โง่หลงกระแสแล้ว  สวดทุกวันว่า ปัจจัตตัง ก็ยังไม่เข้าใจความหมายอีก  ใครจะเป็นอรหันต์หรือไม่เป็น มันไม่เกี่ยวกับเรา ท่านไม่ได้แบ่งความเป็นอรหันต์นั้นให้เราด้วย  มีแต่ พวกขี้โลภ พอได้ยินว่าใครเป็นอรหันต์ (ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง) ก็วิ่งไปหาเพื่อจะได้ไปถวายทาน เพราะได้ยินมาว่าทำบุญกับพระอรหันต์ได้บุญเยอะ  แทนที่จะไปร่วมกันศึกษาธรรมะ ฟังธรรมะ กลับพากันมุ่งไปทางของขลัง ศักดิ์สิทธิ์ ขอบุญบารมี  ถ้าให้กันได้ พระพุทธเจ้าก็แบ่งให้ทุกคนแล้ว

>>>  อยากจะพบพระอรหันต์ก็ต้องเดินตามรอยท่านไปเท่านั้น เหมือนหาวัวที่หายไป ก็ต้องตามรอยเท้าไปจนพบตัววัว  แต่มันก็ต่างกันตรงที่ว่า ถ้าตามรอยท่านไปถูกทางก็จะได้พบแต่ ความเป็นพระอรหันต์ ไม่พบตัวท่านหรือตัวใครเป็นพระอรหันต์อยู่นั่น เพราะพระอรหันต์ หมดตัว แล้ว
-----------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น