>>> ไม่ใช่เรื่องจะไปวิ่งหาพระอรหันต์ เพราะไม่ใช่วิสัยที่คนทั่วไปจะรู้ว่าใครเป็นพระอรหันต์ พอเขาบอกว่าใครเป็นพระอรหันต์ ก็เชื่อเอาเลย นี่มันเข้าข่ายโง่แล้ว หรือเห็นว่าคนนิยมและเชื่อกันทั้งบ้านทั้งเมือง ก็ว่าตามเขาเชื่อตามเขา นี่มันก็โง่หลงกระแสแล้ว สวดทุกวันว่า “ปัจจัตตัง” ก็ยังไม่เข้าใจความหมายอีก ใครจะเป็นอรหันต์หรือไม่เป็น มันไม่เกี่ยวกับเรา ท่านไม่ได้แบ่งความเป็นอรหันต์นั้นให้เราด้วย มีแต่ “พวกขี้โลภ” พอได้ยินว่าใครเป็นอรหันต์ (ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง) ก็วิ่งไปหาเพื่อจะได้ไปถวายทาน เพราะได้ยินมาว่าทำบุญกับพระอรหันต์ได้บุญเยอะ แทนที่จะไปร่วมกันศึกษาธรรมะ ฟังธรรมะ กลับพากันมุ่งไปทางของขลัง ศักดิ์สิทธิ์ ขอบุญบารมี ถ้าให้กันได้ พระพุทธเจ้าก็แบ่งให้ทุกคนแล้ว
>>> อยากจะพบพระอรหันต์ก็ต้องเดินตามรอยท่านไปเท่านั้น เหมือนหาวัวที่หายไป ก็ต้องตามรอยเท้าไปจนพบตัววัว แต่มันก็ต่างกันตรงที่ว่า ถ้าตามรอยท่านไปถูกทางก็จะได้พบแต่ “ความเป็นพระอรหันต์” ไม่พบตัวท่านหรือตัวใครเป็นพระอรหันต์อยู่นั่น เพราะพระอรหันต์ “หมดตัว” แล้ว
-----------------------------
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น