>>> การสังเกตศึกษาเป็นแค่การ “ดู” เท่านั้น คือ “นามขันธ์” มันดู “รูปขันธ์” แล้วใช้การสังเกตศึกษาจนรู้แจ้งเรื่องของรูป (สัมผัสรสชาติแท้ๆของอนิจจัง-อนัตตาที่รูป) ที่สำคัญ “มีแค่ขันธ์ห้าเท่าเดิม” ไม่ใช่มีตัวใคร (หรือขันธ์ที่หก) มาเป็นผู้ดู จากนั้นมันจะหดตัวเข้ามาเหลือแค่การ “รู้นามขันธ์” แล้วก็จะค่อยๆ สัมผัสรสชาติแท้ๆของอนิจจัง-อนัตตาที่นามขันธ์ เมื่อรู้อย่างนี้ได้บ้างก็จะยิ่งมั่นใจ และไม่มีสิ่งอื่นที่ต้องทำอีก นอกจาก “เพียร” ให้เจริญยิ่งๆ ขึ้น
--------------------------
>>> ไม่มีหลักการตายตัว ว่าต้องพัฒนา “สมาธิ” ให้ดีก่อนแล้วค่อยเจริญปัญญา หรือเจริญ “ปัญญา” ให้มากๆ (อ่านและฟัง) แล้วค่อยมาพัฒนาสมาธิ เพราะทั้งสองอย่างมันออกจะสุดโต่งสองข้าง ถ้าจะทำแบบพอดีคือให้เล็งที่คำว่า “สติ” และสติต้องมา “รู้อยู่ที่กาย” เป็นเบื้องต้น (รู้กายเคลื่อนไหว หรือรู้ลมหายใจเข้า-ออก) ถ้า “สติรู้ที่กาย” อย่างต่อเนื่องมั่นคง ก็จะเป็นสมาธิไปพร้อม และจะเกิดปัญญาได้
--------------------------
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น