31 พ.ค. 2554

ครั้งที่ ๒ การศึกษาธรรมะคือการศึกษาเรื่องตัวเอง

>>>  การศึกษาธรรมะ คือ การศึกษาเรื่องตัวเอง คือศึกษากายและใจตัวเอง 
เมื่อยิ่งเข้าใจตัวเอง ก็จะยิ่งเข้าใจคนอื่น เพราะคนอื่นก็มีแค่กายและใจ 
และจะเข้าใจถึงกฎพื้นฐานแห่งธรรมชาติทั้งหมดด้วย  เพราะกายและใจก็ดำเนินอยู่ตามกฎธรรมชาติ  กฎนั้นเป็นความจริงก็คือ กฎที่ว่าทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรมั่นคง (อนิจจัง) และเป็นไปเพราะเหตุปัจจัยมากมายอันสลับซับซ้อนซึ่งมีอยู่โดยธรรมชาติ ไม่อาจเป็นไปเพราะใครอยากให้เป็น  หรือมีใครบังคับให้เป็นไปดั่งใจของใครอย่างแท้จริง (อนัตตา)

>>>  ความรู้หลักธรรมะนี่แหละเป็น วิชาชีพ ที่จะต้องเอามาเลี้ยงชีพ (ทั้งขั้นศีลธรรม และขั้นโลกุตตรธรรม)  ถ้าไม่มีความรู้เรื่องธรรมะ ชีวิตมันก็ไม่มีอะไรเลี้ยง  เหมือนไม่มีกรอบทางเดินอันถูกต้อง  เหมือนลูกที่ไม่มีพ่อแม่เลี้ยงดู  เหมือนนักเรียนไม่มีครูสอน  มันก็กลายเป็นป่าเถื่อน  เดินมั่วซั่วไปตามใจ  คือทำตามใจ  มันก็ไปเบียดเบียนผู้อื่นเพราะมันเอาแต่ใจตัว  คิดดูว่าต่างคนก็ต่างเถื่อน แล้วมันจะยุ่งแค่ไหน จะทะเลาะตบตีหรือทำร้ายกันแค่ไหน 

>>>  ความรู้หลักธรรมะนี่แหละเป็น วิชาชีววิทยาชั้นสูง และ จิตวิทยาชั้นสูง เพราะให้คำอธิบายเรื่องร่างกายและจิตใจได้ในแง่มุมที่ลึกซึ้ง ถึงขนาดทำให้มนุษย์อยู่ในภาวะที่เป็นอิสระเหนือจากร่างกายและจิตใจได้

>>>  โลกทุกวันนี้ไม่ได้ขาดคนเก่ง แต่ขาดคนมีศีลธรรม,  โลกทุกวันนี้ไม่ได้ขาดความรู้ แต่ขาดคนที่จะใช้ความรู้เพื่อช่วยผู้อื่น,  โลกทุกวันนี้ไม่ได้ขาดวัตถุสิ่งของ แต่ขาดคนที่จะเอื้อเฟื้อแบ่งปัน,  โลกทุกวันนี้ไม่ได้ขาดคนเล่าเรียนตำราทางศาสนา แต่ขาดคนที่จะปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนา,  โลกทุกวันนี้ไม่ได้ขาดอาหารสำหรับเลี้ยงผู้คน แต่ขาดคนที่กินอิ่มแล้วรู้จักเหลือให้คนอื่นบ้าง,  ปัญหาของโลกทุกวันนี้ส่วนใหญ่มันเกิดจากคนเก่ง คนมีความรู้ คนฉลาด ที่เห็นแก่ตัวเอง  แต่ใครจะเปลี่ยนให้ทุกคนเป็นคนดีได้ หรือเปลี่ยนให้ทุกคนเลิกเห็นแก่ตัวได้  พระพุทธเจ้าก็ทำไม่ได้  ท่านทำได้แค่บอกทางอันประเสริฐแก่ผู้ที่สนใจฟังท่าน
---------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น