31 พ.ค. 2554

ครั้งที่ ๑ แนวทางดำเนินชีวิตที่เป็นประโยชน์ในปัจจุบันและอนาคต

แนวทางดำเนินชีวิตที่เป็นประโยชน์ในปัจจุบันและอนาคต  คือ
1. การปฏิบัติตนขั้นศีลธรรม (ยังเวียนว่ายตายเกิดต่อไป):  ดำเนินชีวิตประจำวันด้วยทางสายกลาง แบบลูบคลำ ไปก่อน คือ
          -  ไม่เบียดเบียนผู้อื่น  ได้แก่ การถือศีลห้า
          -  เอื้อเฟื้อผู้อื่น  ได้แก่  การให้ทาน (วัตถุ, แรงกาย, ความรู้),  การให้อภัยผู้ที่ทำไม่ดี,  การอนุโมทนายินดีกับผู้ที่ทำดี
2. การศึกษาธรรมะ (มีโอกาสจะพ้นการเวียนว่ายตายเกิด):  
               -  จัดแบ่งเวลาให้กับการอ่านและฟังหลักธรรมะ (เฉพาะเท่าที่จำเป็น) เพื่อพัฒนาปัญญาในขั้นต้น
          -  พยายามฝึกฝนในภาคปฏิบัติ (ต้องอาศัยผู้รู้) เพื่อพัฒนาปัญญาในขั้นที่สูงขึ้น
*** ดังนั้น คำว่า เริ่มศึกษาธรรมะ ไม่ใช่แค่เรื่องศีลธรรม มันเป็นเรื่องที่เหนือจากศีลธรรมขึ้นไปอีก (เพราะการดำเนินชีวิตตามมาตรฐานของศีลธรรมมันเป็นเรื่องทั่วไปอยู่แล้ว)

หลักธรรมะสำคัญพื้นฐานมีไม่มาก และเผยแพร่กันอยู่แล้วอย่างแพร่หลาย  ได้แก่ 
ปฏิจจสมุปบาท:  ทุกอย่างเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลง (อนิจจัง) เพราะ เหตุ จึงเกิด ผล  ไม่ได้เป็นเพราะใครบงการแท้จริง (อนัตตา)  แต่ว่า เหตุ นั้นก็มีมากมายจนไล่เรียงไม่หมด นี่เป็นกฎธรรมชาติที่ครอบทุกสิ่ง ทุกเรื่องราว
ขันธ์ห้า:  รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ  ซึ่งเป็นองค์ประกอบของการมี ชีวิต
ผัสสะ:  เมื่อมีการกระทบกันระหว่าง อวัยวะรับสัมผัส และ สิ่งภายนอก (ได้แก่  ตา-สีสัน, หู-เสียง, จมูก-กลิ่น, ลิ้น-รส, กาย-สัมผัส, ใจ-อารมณ์) ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ
          เมื่อเข้าใจเรื่องทั้งหมดด้วยการอ่าน ฟัง หรือขบคิดใคร่ครวญโดยดีแล้ว  ก็สังเกตศึกษาหลักธรรมะนั้นที่ปรากฏอยู่กับกายและใจตัวเอง  จนกว่าจะได้ สัมผัสรสชาติ แห่งความเป็นอนิจจังและอนัตตาของกายและใจ ก็จะมั่นใจขึ้น และค่อยๆ ยอมรับทุกอย่างตามความเป็นจริง เมื่อสติปัญญาแก่กล้า ก็จะพัฒนาไปสู่การหมดอัตตาอย่างแท้จริง  แต่เมื่อไหร่ไม่รู้ "ทำไป ไม่ต้องหวัง"
---------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น