11 มิ.ย. 2554

ครั้งที่ ๒๕

>>>  วันหนึ่งชาวบ้านนัดกันมาลงแขกช่วยก่อสร้างศาลาที่วัด มรรคทายกคนหนึ่ง (อายุราวเจ็ดสิบ แกคุยธรรมะเก่งขนาดเทศน์แทนพระได้เลย) แกบอกว่าผมไม่ไปหรอก เพราะว่าผมแก่แล้ว ทำงานหนักไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะว่ามานั่งดูเฉยๆ  หลวงพ่อเลยบอกว่า เราก็คิดว่าไปนั่งให้กำลังใจเขาไม่ได้เหรอ ขนาดเราทำไม่ได้เราก็ยังอุตส่าห์มานั่งให้กำลังใจ  คิดอย่างนี้ไม่ดีกว่าหรือ  (คำสอนของหลวงปู่ชาว่าไว้... เราคิดผิด ไม่ใช่จิตวุ่น)  หลวงพ่อย้ำบ่อยๆ ว่า ปัญหาที่คนกังวลหรือทุกข์ใจ อยู่ไม่เป็นสุข ดิ้นรน หวาดกลัว ก็เพราะเพียงแค่เราคิดไม่ถูก หรือปรุงแต่งไปในทางไม่ถูก  เรื่องถูกผิดที่มนุษย์กำหนดมาตรฐานกันเอาเองนี่มันเป็นเรื่องสมมุติขึ้นมาใหม่  มันไม่ใช่สัจธรรมโดยหน้าที่ของธรรมชาติ  ตราบใดที่ยังไม่เข้าใจสัจธรรม ตราบนั้นก็ติดกับสมมุติที่ตนสร้างขึ้น แล้วก็เอาจริงเอาจังกับเรื่องนั้น  เช่น เรื่องกฎหมาย หรือเรื่องวินัยสงฆ์ ก็ดี  ยึดติดตามตำราแล้วก็มาทะเลาะกัน ฉันเคร่ง ฉันไม่เคร่ง  ทั้งๆ ที่สมมุติเหล่านี้กำหนดมาทีหลัง เป็นแค่กติกาให้ทุกคนเคารพจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสะดวกเท่านั้นเอง  แถมยังมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ตามยุคตามสมัย  สมัยพุทธกาล ภิกษุทะเลาะกันเรื่องวินัยนี่แหละ ทำให้พระพุทธองค์หลีกไปอยู่ป่าให้ช้างและลิงอุปัฏฐาก นี่คือ สีลัพพตปรามาส  ถ้ามีปัญญาซะอย่าง ทุกอย่างจะตรงได้เอง ศีลจะตรง สมาธิจะตรง  พระอริยบุคคลชั้นต้นจนถึงพระอรหันต์เกิดขึ้นจำนวนมากตอนที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ๆ ไม่มีใครมาเริ่มถือศีล  วินัยตอนนั้นก็ยังไม่ได้กำหนดเลย  ท่านองคุลีมารฆ่าคนตั้งเกือบพันคน ไหนล่ะศีลบริบูรณ์  มันคนละระดับกันระหว่างเรื่อง ศีลธรรม กับเรื่อง เข้าใจธรรมะ  คนมีศีลธรรมไม่ใช่คนเข้าใจธรรมเสมอไป (เพราะทำตามศีลธรรมที่กระแสสังคมแต่ละยุคกำหนด)  แต่เมื่อไรที่ เข้าใจธรรมะ..ก็จะยิ่งมีศีลธรรม  มันต่างกันอย่างนี้
            อีกประเด็นหนึ่งก็คือ อย่าคิดว่าพูดธรรมะเก่งแล้วจะทำได้จริงตามนั้น  ธรรมะมันเป็นเรื่องของจริง  ไม่ใช่แค่เรื่องพูดจาเป็นปรัชญา  อ้างคำศัพท์ อ้างตำรา  ถ้าคนรู้จริงจะพูดศัพท์ไหนก็เอามาอธิบายได้ ไม่ใช่จะมาสวดมาพูดตามตัวอักษรอยู่ทั้งปีทั้งชาติ เพราะตัวเองคิดเองไม่เป็น (แต่บางทีมันก็คิดแบบมั่วๆ ได้เหมือนกัน)  สรุปคือ ไม่มีอะไรตายตัว  การบรรยายธรรมะมันเป็นแค่การ หาเรื่องมาพูดมาอธิบาย  สุดท้ายต้องปฏิบัติให้เข้าถึงหรือบรรลุด้วยตนเอง จึงจะเป็น ปัจจัตตัง 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น